เรือเอกหญิง สมศรี ม่วงศรเขียว เป็นนักร้องลูกทุ่งและลูกกรุงหญิงระดับปรมาจารย์อาวุโส เจ้าของฉายา "ลูกประดู่เสียงดี" และดาวค้างฟ้าแห่งวงดนตรีราชนาวี เธอเป็นหนึ่งในศิลปินลูกทุ่งที่มีอายุยืนยาวที่สุดและยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน (อายุ 92 ปี) โดยมีผลงานอมตะประวัติศาสตร์ระดับแผ่นดินคือเพลง "เสียงครวญจากเกาหลี" (หรือที่แฟนเพลงมักจำในชื่อ "โอ้อารีดัง")
ประวัติส่วนตัวและราชการทหาร
- เกิดวันที่: 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 (ปัจจุบันคุณแม่มีอายุ 92 ปี)
- รับราชการ: เธอใช้ชีวิตการเป็นนักร้องควบคู่กับการรับราชการทหารเรือ โดยเป็นนักร้องหลักประจำวงดนตรีราชนาวี กองดุริยางค์ทหารเรือ และครองยศสูงสุดจนเกษียณราชการในยศ "เรือเอกหญิง"
เส้นทางวงการเพลงและเพลงประวัติศาสตร์สงครามเกาหลี
สมศรี ม่วงศรเขียว โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงยุค พ.ศ. 2490 - 2500 จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ ครูเบญจมินทร์ (ตุ้มทอง โชคชนะ) บรมครูเพลงลูกทุ่ง ได้เดินทางไปร่วมปลอบขวัญและร้องเพลงให้กองกำลังทหารไทยที่เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี เมื่อกลับมาประเทศไทย ครูเบญจมินทร์จึงได้แต่งเพลงซีรีส์สงครามเกาหลีขึ้นมา
โดยฝั่งผู้ชายขับร้องโดยครูเบญจมินทร์เอง (เพลง อารีดัง และ รักแท้จากหนุ่มไทย) ส่วนฝั่งผู้หญิง ครูเบญจมินทร์ได้มอบหมายให้ สมศรี ม่วงศรเขียว เป็นผู้ถ่ายทอดน้ำเสียงในเพลง "เสียงครวญจากเกาหลี" ซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองความรู้สึกของสาวเกาหลีที่คิดถึงและรอคอยทหารหนุ่มไทยด้วยน้ำเสียงที่เศร้า สร้อย และไพเราะกินใจ จนกลายเป็นหนึ่งในแผ่นเสียงลูกทุ่งที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคนั้น
ผลงานเพลงฮิตและสร้างชื่อในตำนาน:
- เสียงครวญจากเกาหลี (ผลงานสร้างชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)
- รักแท้จากหนุ่มไทย (ร้องคู่กับ ครูเบญจมินทร์)
- ฟ้าบันดาล
- พบเธอในงานวิวาห์
- ฉันนึกไม่ออก
ชีวิตในปัจจุบัน: ปรมาจารย์ในวัย 92 ปีที่ใจไม่เคยเกษียณ
ปัจจุบันในวัย 92 ปี (ข้อมูล ณ พ.ศ. 2569) คุณแม่สมศรี ม่วงศรเขียว ยังคงมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ความจำยังดีเยี่ยมและน้ำเสียงยังคงใสชัดเจน คุณแม่ยังคงผันตัวมาเป็น "คุณครูสอนร้องเพลง" ถ่ายทอดเทคนิคการใช้เสียงให้แก่ลูกศิษย์และนักร้องรุ่นหลังมาแล้วถึง 7 รุ่น [
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (เช่น ในวัย 90-91 ปี) คุณแม่สมศรีก็ยังคงปรากฏตัวบนเวทีคอนเสิร์ตการกุศลและงานเชิดชูเกียรติศิลปินเก่าอยู่เสมอ เพื่อส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น