ชาตรี ศรีชล (ชื่อจริง สมบุญ ลีเส็ง) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงลูกทุ่งระดับปรมาจารย์ผู้ได้รับฉายาว่า "ลูกทุ่งอัจฉริยะขุนพลเพลงเลือดน้ำเค็ม" เขาคือศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้านที่โดดเด่นทั้งน้ำเสียงการร้องที่คมชัดมีพลัง และเป็นนักแต่งเพลงชั้นแนวหน้าที่ประพันธ์เพลงฮิตติดหูแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน โดยชีวิตของเขามีความผูกพันและถูกจดจำในฐานะ "นักเพลงคนเมา" เนื่องจากมักจะประพันธ์บทเพลงที่กินใจได้ดีเยี่ยมเป็นพิเศษเวลาดื่มสุรา [1, 2, 3]
ประวัติส่วนตัวและการศึกษา
- เกิดวันที่: 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 ณ บ้านนาตาลอก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
- ชีวิตวัยเยาว์: ต้องต่อสู้กับมรสุมชีวิตตั้งแต่เด็กเนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จึงต้องไปอาศัยอยู่กับหลวงพ่อที่วัดใหม่ท่าโพธิ์ พนัสนิคม
- การศึกษา: จบการศึกษาจากโรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) โรงเรียนประจำจังหวัดชลบุรี
- ชีวิตครอบครัว: สมรสกับ นางปราณี ลีเส็ง (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ปราณี" ในบทเพลงชื่อดังของเขา) มีบุตรด้วยกัน 4 คน [1, 2, 3, 4]
เส้นทางสู่วงการเพลงและความเป็นอัจฉริยะ
ชาตรี ศรีชล เข้าสู่วงการเพลงจากการชักนำของ พนม นพพร นักร้องบ้านเดียวกัน ที่พาไปฝากตัวกับ ครูสำเนียง ม่วงทอง แห่งวงดนตรี "รวมดาวกระจาย" ทำให้เขาได้ฝึกฝนการแต่งเพลงจนเชี่ยวชาญ ต่อมาได้ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีของ สุรพล สมบัติเจริญ ก่อนจะออกมาตั้งวงดนตรีของตนเองในภายหลัง [1, 2, 3]
เขาร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกคือ "บัวหลวง" ในปี พ.ศ. 2512 ชาตรีได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ประพันธ์เพลงที่อัจฉริยะมาก ในวันหนึ่งๆ สามารถแต่งเพลงได้หลายสิบเพลง เขาสร้างสรรค์ผลงานไว้ราว 200 เพลงตลอดชีวิต [1, 2]
ผลงานเพลงฮิตตลอดกาล:
- สมัครรักสมัครแฟน (เพลงสร้างชื่อเสียงและประสบความสำเร็จสูงสุด มีท่อนฮิต "ไม่เจียมใจตัว...")
- ช้ำรักจากเมืองชล (บทเพลงประจำตัวขวัญใจคนภาคตะวันออก)
- สาวผักไห่
- เมาเหล้าเมารัก
- โฉมนาง
- รอไม่ไหว
- ทหารห่วงเมีย [1, 2, 3, 4, 5, 6]
ช่วงท้ายของชีวิตและการจากไปอย่างน่ารันทด
ในช่วงท้ายของชีวิต ชาตรี ศรีชล มีชีวิตที่ค่อนข้างตกต่ำและยากลำบากเนื่องจากวงดนตรียุบตัวลง เขาต้องผันตัวไปร้องเพลงตามห้องอาหารและแต่งเพลงขาย ประกอบกับการเป็นคนดื่มสุราจัด ส่งผลให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วและมีสภาพจิตใจที่ท้อแท้ [1, 2, 3]
ท้ายที่สุด ชาตรี ศรีชล ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 ณ โรงพยาบาลชลบุรี ด้วยวัยเพียง 40 ปี เท่านั้น ทิ้งไว้เพียงตำนานบทเพลงลูกทุ่งรสชาติต่าง ๆ ที่ยังคงอมตะและถูกนำมาขับร้องใหม่ในทุกยุคสมัย [1, 2]
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น